สารบัญ
ต้นทุนปุ๋ยเคมีคิดเป็นสัดส่วนใหญ่ของต้นทุนการทำนาในแต่ละรอบ ชาวนาจำนวนไม่น้อยจึงใส่ปุ๋ยตาม “สูตรที่ร้านแนะนำ” หรือทำตามแปลงข้างเคียง ทั้งที่ดินแต่ละแปลงมีธาตุอาหารไม่เท่ากัน ผลที่ตามมาคือบางแปลงใส่ปุ๋ยมากเกินจำเป็นจนข้าวเฝือใบและล้มง่าย ขณะที่บางแปลงใส่ไม่พอจนผลผลิตต่ำกว่าที่ควรจะเป็น
บทความนี้สรุปหลักการเลือกสูตรปุ๋ยสำหรับนาข้าวแบบใช้ได้จริง พร้อมส่วนที่หลายคนมองข้าม นั่นคือธาตุอาหารที่อยู่ในฟางข้าวและตอซัง ซึ่งมีมูลค่าเป็นเงินหลายร้อยบาทต่อไร่ในทุกฤดูเก็บเกี่ยว

ตัวเลขบนกระสอบปุ๋ยหมายถึงอะไร
ตัวเลขสามชุดบนกระสอบปุ๋ยเคมีคือเปอร์เซ็นต์ธาตุอาหารหลักตามลำดับ ไนโตรเจน (N) ฟอสฟอรัสในรูป P2O5 และโพแทสเซียมในรูป K2O
- ไนโตรเจน สร้างใบและการแตกกอ ขาดแล้วใบเหลืองซีด ต้นเล็ก แต่ถ้ามากเกินจะเฝือใบ ล้มง่าย และเป็นโรคง่ายขึ้น
- ฟอสฟอรัส สำคัญต่อการสร้างรากในช่วงต้นกล้า จึงควรใส่เป็นปุ๋ยรองพื้น เพราะเคลื่อนที่ในดินได้ช้า
- โพแทสเซียม ช่วยให้ลำต้นแข็งแรง เมล็ดสมบูรณ์ ไม่ลีบ และทนต่อโรคได้ดีขึ้น
ตัวอย่างเช่น ปุ๋ยสูตร 16-20-0 หนัก 50 กิโลกรัม จะมีไนโตรเจน 8 กิโลกรัม และฟอสฟอรัส 10 กิโลกรัม การเข้าใจตรงนี้ทำให้เปรียบเทียบราคาต่อหน่วยธาตุอาหารระหว่างสูตรได้ ไม่ใช่เทียบแค่ราคาต่อกระสอบ
สูตรปุ๋ยที่ใช้บ่อยในนาข้าว
| สูตร | ชื่อที่เรียกกัน | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| 46-0-0 | ยูเรีย | ปุ๋ยแต่งหน้า ระยะแตกกอและกำเนิดช่อดอก |
| 21-0-0 | แอมโมเนียมซัลเฟต | ดินที่ขาดกำมะถัน ดินเค็ม ดินด่าง |
| 18-46-0 | ดีเอพี | ปุ๋ยรองพื้นเมื่อดินขาดฟอสฟอรัสชัดเจน |
| 16-20-0 | – | ปุ๋ยรองพื้นนาดินเหนียว |
| 16-16-8 | – | ปุ๋ยรองพื้นนาดินร่วนทรายและดินทราย |
| 0-0-60 | โพแทสเซียมคลอไรด์ | เสริมโพแทสเซียมในดินทราย หรือแปลงที่นำฟางออก |
เลือกสูตรตามชนิดดิน
นาดินเหนียว เช่น พื้นที่นาลุ่มภาคกลาง ดินกลุ่มนี้มักมีโพแทสเซียมสำรองในดินเพียงพออยู่แล้ว การใส่สูตรที่มีตัวท้ายสูงจึงมักไม่คุ้มค่า คำแนะนำทั่วไปคือใช้ 16-20-0 อัตรา 25-35 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นปุ๋ยรองพื้น
นาดินร่วนทรายและดินทราย พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ดินอุ้มน้ำและอุ้มธาตุอาหารได้น้อย โพแทสเซียมชะล้างออกง่าย จึงควรใช้สูตรที่มีครบสามธาตุ เช่น 16-16-8 หรือ 15-15-15 อัตรา 25-30 กิโลกรัมต่อไร่
พันธุ์ข้าวก็มีผล ข้าวไวแสงอย่างขาวดอกมะลิ 105 และ กข6 มีลำต้นสูง ตอบสนองต่อไนโตรเจนน้อยกว่าและล้มง่ายกว่า จึงใช้อัตราปุ๋ยต่ำกว่าข้าวไม่ไวแสงกลุ่ม กข. ที่ต้นเตี้ยและตอบสนองต่อปุ๋ยได้ดี
ถ้าต้องการความแม่นยำมากขึ้น ควรตรวจวิเคราะห์ดินทุก 2-3 ปี หรือใช้ชุดตรวจดินภาคสนามร่วมกับคำแนะนำปุ๋ยสั่งตัด ซึ่งกำหนดอัตราปุ๋ยจากค่าอินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมที่มีอยู่จริงในแปลง ค่าความเป็นกรดด่างที่เหมาะกับข้าวอยู่ราว 5.5-6.5 หากต่ำกว่านี้มาก ธาตุอาหารจะถูกตรึงและปุ๋ยที่ใส่ลงไปจะสูญเปล่าไม่ว่าจะใช้สูตรใด

แบ่งใส่ตามระยะการเจริญเติบโต
การใส่ปุ๋ยครั้งเดียวหมดทำให้สูญเสียไนโตรเจนไปกับน้ำและการระเหยจำนวนมาก การแบ่งใส่ให้ตรงกับช่วงที่ข้าวต้องการจึงคุ้มค่ากว่า
- ระยะรองพื้น ใส่ก่อนหว่านหรือคราดกลบตอนปักดำ เน้นสูตรที่มีฟอสฟอรัส
- ระยะแตกกอ ประมาณ 20-30 วันหลังหว่าน ใส่ยูเรีย 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ เป็นช่วงที่กำหนดจำนวนรวงต่อกอ
- ระยะกำเนิดช่อดอก ประมาณ 30 วันก่อนข้าวออกรวง ใส่ยูเรีย 10-15 กิโลกรัมต่อไร่ ช่วงนี้กำหนดจำนวนเมล็ดต่อรวงและความสมบูรณ์ของเมล็ด
ข้อควรระวังคือ อย่าใส่ยูเรียหลังข้าวออกรวงแล้ว เพราะไม่ช่วยเพิ่มผลผลิต แต่เพิ่มความเสี่ยงโรคและการล้ม ควรรักษาระดับน้ำในนาตื้นประมาณ 5 เซนติเมตรขณะหว่านปุ๋ย และหลีกเลี่ยงการหว่านตอนน้ำล้นแปลงหรือดินแห้งจัด เพราะไนโตรเจนจะสูญเสียไปกับการระเหยและการไหลบ่า
เครื่องมือที่ช่วยตัดสินใจได้ดีคือแผ่นเทียบสีใบข้าว หากสีใบต่ำกว่าค่ามาตรฐานของพันธุ์นั้นจึงค่อยใส่ไนโตรเจน วิธีนี้ช่วยลดปริมาณยูเรียที่ใส่เกินจำเป็นได้ในหลายแปลง
ฟางข้าวคือปุ๋ยที่ต้นทุนถูกที่สุดในแปลง
ฟางข้าวไม่ใช่เศษเหลือทิ้ง แต่คือธาตุอาหารที่ข้าวดูดขึ้นมาจากดินตลอดฤดู โดยเฉลี่ยฟางข้าวแห้ง 1 ตัน มีไนโตรเจนประมาณ 6-7 กิโลกรัม ฟอสฟอรัส 1-2 กิโลกรัม และโพแทสเซียมสูงถึงประมาณ 13-15 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีซิลิกาในปริมาณมาก ซึ่งช่วยให้ผนังเซลล์แข็งแรง ลำต้นไม่ล้มง่าย และทนต่อการเข้าทำลายของโรคและแมลงปากดูดได้ดีขึ้น
จุดสำคัญที่หลายคนไม่ทราบคือ โพแทสเซียมส่วนใหญ่ที่ข้าวดูดไปสะสมอยู่ในฟาง ไม่ใช่ในเมล็ด ดังนั้นทุกครั้งที่นำฟางออกจากแปลงโดยไม่มีการคืนอะไรกลับไป เท่ากับกำลังถอนโพแทสเซียมออกจากดินสะสมทุกฤดู
การเผาฟางเป็นทางเลือกที่เสียหายที่สุด เพราะไนโตรเจนเกือบทั้งหมดและกำมะถันส่วนใหญ่สูญไปกับควัน อินทรียวัตถุที่ควรกลายเป็นฮิวมัสก็หายไปด้วย เหลือกลับคืนดินเพียงเถ้าที่มีโพแทสเซียมและฟอสฟอรัสบางส่วน
ไถกลบฟางอย่างไรให้ได้ผล
- ไถกลบก่อนปลูกรอบถัดไปอย่างน้อย 2-3 สัปดาห์ เพื่อให้ฟางย่อยสลายทัน หากไถกลบแล้วปลูกทันที กรดอินทรีย์ที่เกิดจากการหมักในสภาพน้ำขังอาจทำให้รากข้าวกล้าเสียหาย
- ฟางข้าวมีอัตราส่วนคาร์บอนต่อไนโตรเจนสูงมาก จุลินทรีย์จึงดึงไนโตรเจนในดินไปใช้ในช่วงแรก การเติมยูเรียประมาณ 5-10 กิโลกรัมต่อไร่ พร้อมไถกลบจะช่วยเร่งการย่อยสลายและป้องกันข้าวขาดไนโตรเจนช่วงต้น
- ใช้สารเร่งจุลินทรีย์หรือน้ำหมักชีวภาพร่วมด้วย และรักษาความชื้นในแปลงระหว่างการย่อยสลาย
ถ้าอัดฟางขายหรือนำไปเลี้ยงสัตว์ ต้องชดเชยอย่างไร
ฟางอัดก้อนมีมูลค่าทางเศรษฐกิจชัดเจน ทั้งเป็นอาหารหยาบสำหรับโคกระบือในช่วงหน้าแล้ง วัสดุคลุมโคนพืช วัสดุเพาะเห็ดฟาง และวัสดุรองคอกสัตว์ การนำฟางออกจากแปลงจึงเป็นเรื่องสมเหตุสมผล แต่ควรวางแผนชดเชยธาตุอาหารควบคู่ไปด้วย
การคำนวณอย่างง่าย หากนำฟางออกจากแปลง 1 ตัน เท่ากับสูญเสียโพแทสเซียมประมาณ 13-15 กิโลกรัม K2O ซึ่งเทียบเท่าปุ๋ย 0-0-60 ประมาณ 22-25 กิโลกรัม การชดเชยทำได้หลายทาง
- เก็บฟางเฉพาะบางส่วน แล้วไถกลบตอซังที่เหลือในแปลงเสมอ ตอซังที่ติดดินคิดเป็นชีวมวลไม่น้อย
- นำปุ๋ยคอกจากคอกสัตว์ที่ใช้ฟางเป็นวัสดุรองพื้นกลับลงแปลง เป็นการหมุนเวียนธาตุอาหารที่มีประสิทธิภาพสูง
- เพิ่มปุ๋ยโพแทสเซียมในสูตรรองพื้น โดยเฉพาะแปลงดินทรายที่มีโพแทสเซียมสำรองต่ำอยู่แล้ว
สำหรับผู้ที่ซื้อฟางอัดก้อนไปใช้ ควรตรวจสอบความชื้นและกลิ่นของก้อนฟางก่อนใช้เลี้ยงสัตว์ ฟางที่อัดตอนยังชื้นจะขึ้นราและเสี่ยงต่อสุขภาพสัตว์ ก้อนฟางที่ดีควรแห้งสนิท สีเหลืองสม่ำเสมอ ไม่มีกลิ่นอับ และเก็บในที่ร่มยกพื้นเพื่อป้องกันความชื้นจากดิน

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ใช้สูตรเดียวกันทุกแปลงโดยไม่ดูชนิดดิน ทำให้จ่ายค่าธาตุอาหารที่ดินมีอยู่แล้ว
- ใส่ยูเรียมากเกินในข้าวไวแสง ทำให้เฝือใบและล้มก่อนเก็บเกี่ยว
- หว่านปุ๋ยตอนน้ำในนาลึกหรือช่วงจะระบายน้ำ ทำให้ปุ๋ยไหลออกไปกับน้ำ
- เผาฟางเพื่อความสะดวก แล้วซื้อปุ๋ยเพิ่มในฤดูถัดไป
คำถามที่พบบ่อย
สูตรปุ๋ยข้าวที่ดีที่สุดคือสูตรอะไร ไม่มีสูตรเดียวที่ดีที่สุดสำหรับทุกแปลง โดยทั่วไปนาดินเหนียวเหมาะกับ 16-20-0 ส่วนนาดินร่วนทรายเหมาะกับ 16-16-8 หรือ 15-15-15 แล้วแต่งหน้าด้วยยูเรีย 46-0-0 การตรวจดินจะให้คำตอบที่แม่นยำที่สุด
ควรใส่ปุ๋ยนาข้าวกี่ครั้งต่อฤดู ส่วนใหญ่แบ่งใส่ 2-3 ครั้ง คือรองพื้น ระยะแตกกอ และระยะกำเนิดช่อดอกประมาณ 30 วันก่อนออกรวง การแบ่งใส่ช่วยลดการสูญเสียไนโตรเจนได้มากกว่าการใส่ครั้งเดียว
ไถกลบฟางแล้วยังต้องใส่ปุ๋ยเคมีอยู่ไหม ยังต้องใส่ แต่สามารถลดปริมาณลงได้ โดยเฉพาะปุ๋ยโพแทสเซียม เพราะฟางคืนโพแทสเซียมกลับสู่ดินในปริมาณสูง การไถกลบต่อเนื่องหลายฤดูจะช่วยเพิ่มอินทรียวัตถุและทำให้ดินอุ้มธาตุอาหารได้ดีขึ้น
ฟางข้าว 1 ตันมีธาตุอาหารเท่าไร โดยเฉลี่ยมีไนโตรเจนประมาณ 6-7 กิโลกรัม ฟอสฟอรัส 1-2 กิโลกรัม โพแทสเซียมประมาณ 13-15 กิโลกรัม พร้อมซิลิกาและอินทรียวัตถุที่ช่วยปรับโครงสร้างดิน
ขายฟางอัดก้อนออกจากนาแล้วดินจะเสื่อมไหม จะเสื่อมก็ต่อเมื่อไม่มีการคืนธาตุอาหารกลับ หากไถกลบตอซังที่เหลือ ใส่ปุ๋ยคอก หรือเพิ่มปุ๋ยโพแทสเซียมชดเชย ก็สามารถขายฟางได้โดยไม่กระทบความสมบูรณ์ของดินในระยะยาว
ทำไมข้าวใบเขียวเข้มแต่ผลผลิตไม่เพิ่ม มักเกิดจากไนโตรเจนมากเกินไปเมื่อเทียบกับโพแทสเซียมและฟอสฟอรัส ต้นข้าวสร้างใบมากแต่ไม่สร้างเมล็ด และเสี่ยงล้มก่อนเก็บเกี่ยว ควรลดยูเรียลงและปรับสมดุลธาตุอาหารตามผลตรวจดิน
สรุป
การเลือกสูตรปุ๋ยที่คุ้มค่าเริ่มจากการรู้จักดินของตัวเอง เลือกสูตรให้ตรงกับชนิดดินและพันธุ์ข้าว แบ่งใส่ตามระยะการเจริญเติบโต และที่สำคัญคืออย่ามองข้ามธาตุอาหารที่อยู่ในฟางข้าวและตอซัง ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีอยู่แล้วในแปลง การจัดการฟางอย่างมีแผน ไม่ว่าจะไถกลบคืนดินหรือนำไปใช้ประโยชน์ในรูปฟางอัดก้อน ล้วนช่วยลดต้นทุนปุ๋ยและรักษาความสมบูรณ์ของดินไปพร้อมกัน
สนใจสั่งซื้อฟางอัดก้อนคุณภาพ ฟางแห้งสนิท อัดแน่น สะอาด เหมาะสำหรับเลี้ยงโคกระบือ คลุมแปลงเกษตร และเพาะเห็ดฟาง มีบริการจัดส่งทั้งปลีกและส่ง ติดต่อสอบถามราคาและปริมาณที่ต้องการได้โดยตรง